อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มอบนโยบายการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละออง เพื่อเตรียมแผนรับมือสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่
อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มอบนโยบายการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละออง เพื่อเตรียมแผนรับมือสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่
วันที่ 3 มีนาคม 2564 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมพญาพิศาลฮ่องสอนบุรี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานตรวจเยี่ยมการซักซ้อมแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ยังได้มอบนโยบายและแนวทางในการแก้ไขปัญหาไฟป่าในอนาคต ให้กับนายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2564 ภายหลังจากเดินทางมาชมการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ ในการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก(PM2.5) และผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ทั้งนี้ นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มอบแนวทางและนโยบายการติดตามผลการดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยได้กล่าวให้คำแนะนำ ในการดำเนินงานของศูนย์ฯ เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ดีแล้ว หากแต่จะต้องหามาตรการเสริมหรือเร่งรัดในการลดการเกิดไฟป่า ให้เปอร์เซ็นต์จุดความร้อนให้ลดมากกว่าปีที่แล้ว การบริหารจัดการข้อมูล ควรวิเคราะห์ในเชิงพฤติกรรมแต่ละช่วงเวลาด้วย เพราะจะเป็นการหาต้นตอของเหตุการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ และสามารถปรับกลยุทธ์ในการใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างความยั่งยืนในการสร้างผลิตภัณฑ์ลดการเผา ควรสร้างการรับรู้ให้ประชาชนรู้ว่า หากใช้ผลิตภัณฑ์นี้จะช่วยลดไฟป่าอย่างไร การปฏิบัติเมื่อเกิดสถานการณ์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการวางกำลังและทรัพยากร ให้ใกล้เคียงพื้นที่เกิดเหตุมากที่สุดและหากทรัพยากรไม่สามารถใช้งานได้ หรือไม่เพียงพอ จะต้องมีแผนสำรอง การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตระหนักและรับรู้ช่องทางการแจ้งเหตุ เพราะทัศนคติของมนุษย์ เป็นปัจจัยสำคัญในการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต โดยท้องถิ่นจะต้องเข้ามามีบทบาทในการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้ประชาชน ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างยั่งยืน จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


